ข่าว

วิกฤตราคามันสำปะหลังไทย: ทำไมราคาตกต่ำต่อเนื่อง เกษตรกรขาดทุนหนัก และทางรอดคืออะไร

ราคามันสำปะหลังไทยดิ่งต่อเนื่อง เกษตรกรขาดทุนหนัก

ราคามันสำปะหลังของไทยตกต่ำมาติดต่อกันเกือบ 2 ปี ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเผชิญกับการ ขายหัวมันต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ส่งผลให้หลายครัวเรือนเกษตรกรประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก และกระทบต่อรายได้ครอบครัวในวงกว้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศที่มีบทบาททั้งในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมแป้งมัน และการผลิตเอทานอล 

ปัจจัยหลัก: ตลาดจีนลดความต้องการ และคู่แข่งภูมิภาคแข็งแรงขึ้น

สาเหตุสำคัญของราคาตกนี้มาจาก จีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของมันสำปะหลังไทย ลดปริมาณการนำเข้าอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดมันสำปะหลังไทยเสียอำนาจต่อรองราคา และต้องแข่งขันกับคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามและ สปป.ลาว ซึ่งสามารถผลิตและส่งออกมันสำปะหลังได้ในราคาที่ถูกกว่า  จีนเองก็หันมาใช้ ธัญพืชในประเทศมากขึ้น และส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนเช่น ข้าวโพด ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้ความต้องการมันเส้นและแป้งมันลดลงอย่างต่อเนื่อง

ราคาต่ำกว่าต้นทุน — เกษตรกรเผชิญวิกฤติ

แม้ราคาจะผันผวนและบางช่วงฟื้นตัวบ้าง แต่โดยรวมพบว่าในหลายช่วงหัวมันสำปะหลัง ราคาที่เกษตรกรขายได้ยังต่ำกว่าต้นทุนการปลูก ทำให้รายได้ไม่เพียงพอสำหรับครอบคลุมค่าใช้จ่าย เช่น ค่าแรง ค่าปุ๋ย และค่าดูแลแปลงปลูก ส่งผลให้เกษตรกรหลายรายต้องแบกรับภาระหนี้หรือเลิกปลูกมันสำปะหลังในที่สุด

ทำไมราคาจึงสะท้อนตัวเลขนี้?

บทความของธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่าภาคการผลิตของไทยยังต้องพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ มีมูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น มันเส้นและแป้งมันดิบ ซึ่งกว่า 60% ของการส่งออกถูกส่งไปยังจีน ทำให้ราคามันสำปะหลังในประเทศผันตามความต้องการจากจีนอย่างชัดเจน

โครงสร้างตลาดไม่ได้เอื้อให้เกษตรกรต่อรองราคา

การที่ตลาดมุ่งพึ่งพาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มต่ำและปลายทางหลักอยู่ที่ประเทศเดียว ทำให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทย มีอำนาจต่อรองต่ำ เมื่อความต้องการจากจีนลดลง จึงไม่มีแรงดันให้ราคาภายในประเทศปรับขึ้น แม้ในบางช่วงราคานำเข้าของจีนจะกลับมาขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร 

ทางรอดและแนวทางการปรับตัว

บทความไม่เพียงแต่ชี้ปัญหาเท่านั้น แต่ยังเสนอแนวทางให้เกษตรกรและภาครัฐได้ร่วมกันสร้าง ความยั่งยืนในระยะยาว ดังนี้:

ยกระดับผลผลิตต่อไร่ ด้วยเทคนิคการปลูกและพันธุ์ที่เหมาะสม

พัฒนาและส่งเสริมการแปรรูปมันสำปะหลังให้อยู่ในรูปที่มี มูลค่าเพิ่มสูงกว่า เช่น แป้งดัดแปรหรือผลิตภัณฑ์ขั้นสูง

ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลเทคโนโลยีและตลาดใหม่ๆ แทนการพึ่งพาตลาดเดิมเพียงแห่งเดียว

ภาครัฐควรพิจารณา มาตรการเชิงนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการประกันราคา พัฒนาระบบน้ำ และสร้างขีดความสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาค

บทสรุป

วิกฤตราคามันสำปะหลังไทยสะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของระบบเกษตรกรรมที่พึ่งพาการส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว และขาดการสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลผลิต พาให้เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนและความไม่แน่นอนของรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการปรับตัวทั้งในระดับเกษตรกรและนโยบายเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่: เจาะวิกฤตราคามันสำปะหลัง : เกษตรกรเรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด